ทริปจันทบุรี-เกาะช้าง กับสถานที่ Unseen หน่อยๆ
posted on 14 Jun 2009 11:45 by napongv
เนื่องในโอกาสได้พักร้อนนานสุดตั้งแต่ทำงานมา (4 วัน
) เลยถือโอกาสหาที่ไปเที่ยว บังเอิญครอบครัวมีแพลนจะไปเที่ยวเกาะช้างกันในช่วงสุดสัปดาห์แต่เราอยู่ได้ไม่ถึงจบทริป จึงตกลงใจไปเที่ยวเมืองจันก่อน แล้วก็แจมไปเกาะช้างกับเขาได้1 คืน
ไปคราวนี้เพิ่งมารู้ตัวตอนหลังว่าไม่ค่อยได้ไปเที่ยวแบบที่คนนิยมไปกัน ออกแนวหลบๆที่เที่ยวคนเยอะกันมากกว่า มีถ่ายรูปมานิดหน่อย
วันแรก ฝนตกตลอดทางจากกรุงเทพไปจัน คาดกันว่าสงสัยจะไม่ได้เที่ยวไหน ปรากฎว่าบ่ายฝนหยุด เลยแวะไปดูคุกขี้ไก่-ตึกแดงแล้วไปทะเลที่อยู่ใกล้ๆกัน
ทะเลหลังฝนตกสีน่ากลัวมาก
กินอาหารริมทะเลสดมาก อยู่จนมืดจนทนยุงหอบไม่ไหว(ยุงตอมปูเยอะยังกะแมลงวันตอมขยะ
) แวะไปนังล๊อบบี้เลาจ์โรงงามมณีจันทร์ฟังเพลงได้ซักพักก็กลับไปนอน (มีคนเข้าใจว่าไปฟังเพลงต่อนี่คือไปเที่ยวผับกลางคืนด้วยนะ
)
เช้าวันที่ 2 หาข้าวเช้ากินเสร็จก็ไปเที่ยวสวนผลไม้ ไปศูนย์ที่ส่งเสริมด้านการเกษตรให้ชุมชน จังหวะดีผลไม้เมืองจันกำลังออก เลยไปเด็ดเงาะ มังคุด ลองกองกินในสวน (ทุเรียนก็มี แต่เด็ดกินกันไม่ไหว
) ได้ผลไม้กลับมาหลายโล ติดเป็นเสบียงไปเกาะช้าง
บรรจุเงาะใส่ลัง โลละไม่ถึง 10 บาท
ช่วงสายไปเดินดูวิถีชีวิตคนเมืองจัน หลักๆก็ต้องไปดูตลาดค้าพลอย ไปวันศุกร์เป็นวันที่เขาเดินพลอยพอดี คุณพลุกพล่านเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ เราก็ไปดูผ่านๆเนื่องจากไม่คิดซื้อแถมยังเกรงๆ ไม่อยากกวนคนเขาทำมาหากิน
จากตลาดพลอยจะมีตรอกเดินไปตลาดโบราญได้ เป็นชุมชนค้าขายแต่เดิม อยู่ริมแม่น้ำ ลักษณะเป็นห้องแถวแบบมีกลินอายยุโรป ตั้งแต่สมัยที่จันเป็นเมืองท่าค้าขาย ทางชุมชนก็พยามยามบูรณะให้เป็นที่ท่องเที่ยว บรรยากาศดี ไปวันธรรมดาเลยคนน้อย ร้านค้าเปิดไม่หมด คาดว่ามาเสาร์อาทิตย์จะคนเยอะกว่านี้ (สงสัยไปตลาดพลอยกันหมด)
เดินตลาดแวะซื้อไอติม
พอบ่ายคณะที่มาจะไปด้วยกันจากกรุงเทพก็มาถึง พอจัดรถเสร็จก็เริ่มเดินทาง จากอ.เมืองจันทบุรีไปท่าเรือเฟอรี่ข้ามเกาะช้าง ไปขึ้นท่าใหม่ใช้เวลาขับแค่ชั่วโมงเดียว (มีท่าข้าม 2 ท่า มีเงื่อนไขการคิดราคาต่างกัน หาข้อมูลก่อนเดินทางจะช่วยให้ประหยัดได้นะ) นั่งเรือแค่ประมาณครึ่งชม.ก็ถึงเกาะช้างแล้ว
ท่าเรือเฟอรี่ใหม่ รอเรือกับเอารถขึ้นไปจอดนานกว่าเวลาเดินทาง
ก่อนอื่นก็ต้องไปหาที่พักที่จองไว้ ที่พักชื่อ Keereeta ปรากฎว่ามันมีอยู่ 3 แห่ง (ชื่อเดียวกัน เจ้าของเดียวกัน แต่มีคำพ่วงต่อท้ายต่างกัน) ตอนแวะไปที่แรกเป็นโรงแรมสไตล์ออกบาหลี แต่ปรากฎว่าไม่ติดทะเล แต่ละคนแทบอยากจะกลับกรุงเทพกัน พอเช็คไปเช็คมาปรากฎว่าเป็นอีกที่ แต่ก็ไม่ติดทะเลอยู่ดี แต่อยู่ตรงปากแม่น้ำใกล้ๆทะเลก็เลยลองไปดูก่อน
ที่พักต้องจอดรถไว้ฝั่งนึงแล้วนั่งเรือแจวข้ามไป ตอนมองจากที่จอดรถมันดูวังเวงโทรมๆบอกไม่ถูก(เพราะค่ำแล้วแสงเลยสลัวๆ) แต่ไหนๆมาแล้วเลยลองข้ามไปดู ปรากฎว่าดีเลยทีเดียว Keereeta lagoon เป็นรีสอร์ทสไตล์โมรอคโคเน้นสีขาว มีห้องพักอยู่แค่ 6 ห้อง แต่ตกแต่งดีมาก ห้องขนาดใหญ่ มีพื้นที่ส่วนกลางที่มีสระว่ายน้ำอยู่ในห้องรับแขก แถมวันที่ไปยังมีคณะเราเป็นแขกกลุ่มเดียว เลยได้ยึดเป็นที่พักส่วนตัวซะเลย
บรรยากาศที่พัก อยู่กันกลุ่มเดียว สบ๊าย...สบาย
หลังขนกระเป๋าเก็บยังมีเวลานิดหน่อยก่อนแสงหมด เลยแวะไปทะเลก่อน จากที่นี่ไปมีทางเดินลัดเลาะด้านหลังไปได้ ประมาณ 200 เมตร แต่ที่เจ๋งกว่าคือมีคายักให้พายไปตามคลองประมาณ 100 เมตรนิดๆก็ถึงปากอ่าว ได้ไปเจอทะเลแล้ว (จากรีสอร์ทมองไปก็เห็นนะ) ขากลับแวะร้านอาหารริมน้ำสั่งข้าวให้เขาเอาเรือมาส่งให้ที่ที่พักได้ แล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อ ลงสระน้ำในล๊อบบี้เลย
เปิดไฟแล้วได้บรรยากาศอีกแบบ
ตัวรีสอร์ทพอเปิดไฟแล้วบรรยากาศดีมาก แช่น้ำไป หิวก็ขึ้นกินข้าวที่โต๊ะข้างๆได้เลย รู้สึกเหมือนไปบ้านพักต่างอากาศส่วนตัวมาก เพราะเรายึดรีสอร์ตไว้
กินข้าวเสร็จจิบเครื่องดื่มนิดหน่อย แล้วก็แยกย้ายกันไปนอนตอนห้าทุ่มได้
เช้าวันที่ 3 ตั้งใจจะไปดูพระอาทิย์ขึ้นแต่ลุกไม่ไหว ขอนอนต่อ จนมีคนมาเรียกชวนกันพายคายักไปทะเลกัน นึกว่าสายแล้วแค่ที่จริงเพิ่ง 7 โมงแดดก็จ้าแล้ว ภายเรือไปดูบรรยากาศทะเลเกาะช้างตอนเช้าเดินเล่นกับถ่ายรูปซักพักก็กลับไปกินอาหารเช้า
พักผ่อนซักครู่ก็นั่งรถไปเที่ยวบนเกาะ วันนี้แดดแรงมาก เหมาะกับการมาทะเลถ้าไม่กลัวดำ
จุดชมวิวมองไปเห็นเกาะมีหาดทราย มีคนพายคายักไปเที่ยวด้วย
แวะไปจุดชมวิวกับท่าเรือแล้วก็ดูบรรยากาศรีสอร์ทอื่นนิดหน่อย กินข้าวกลางวันแล้วก็นอนพักนิด เตรียมเก็บของกลับ(ก่อนคนอื่น)
ประภาคารและบรรยากาศบริเวณท่าเรือ
ก่อนกลับแวะภ่ายรูปตามมุมต่างๆของที่พัก ตัวรีสอร์ทที่นิดเดียวแต่มุมถ่ายรูปเยอะก็เลยได้ไปหลายแช๊ะ เรียบร้อยแล้วก็ลาทุกๆคน ขับรถกลับเป็นอันจบทริป
เป็นวันหยุดที่มีความสุขมาก หวังว่าจะได้ไปเที่ยวอีก ถ้าพักร้อนมากกว่า 4 วันได้น่ะนะ
edit @ 14 Jun 2009 14:00:22 by Napongv (o_O)
อยากไปอีกจังเลย
#1 By GoddessIsis on 2009-06-14 14:18